บุตรชายแท้ๆ ‘น้าค่อม ชวนชื่น’

บุตรชายแท้ๆ ‘น้าค่อม ชวนชื่น’

เรียกได้ว่าอยู่ในวงการบันเทิงมาเป็นระยะเวลานานสำหรับ อาคม ปรีดากุล หรือที่รู้จักกันในนาม ค่อม ชวนชื่น เป็นนักแสดงตลกชาวไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับต้นๆของประเทศเลยก็ว่าได้

และเป็นอดีตสมาชิกตลก คณะชวนชื่น และมีชื่อเรียกติดปากว่า น้าเหยิน และต้องบอกเลยว่า น้าค่อม อ่านหนังสือไม่ออกเลย แต่ น้าค่อม กลับเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษเรื่องการจำบทได้อย่างแม่นยำ

เส้นทางชีวิตของ น้าค่อม นั้นได้ยึดอาชีพตลกมานานกว่า 20 ปีแล้ว ผ่านมาแล้วทั้งงานละครและภาพยนตร์แบบนับไม่ถ้วน ด้านชีวิตส่วนตัว น้าค่อม ได้คบหาดูใจอยู่กับ เอ๋ ประภาศรี ปรีดากุล

มีบุตรสาวคนเดียว และบุตรชายอีก 2 คน คนที่1 ได้แก่ ไอซ์ ณพัชรินทร์ ไพบูลย์รัตนกิจ คนที่ 2 โค้ก กฤต ปรีดากุล คนที่ 3 เอ้ วิธาน ปรีดากุล และเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็นโฉมหน้าบุตรชายของ

น้าค่อม กันสักเท่าไหร่ ซึ่งต้องบอกเลยว่าหน้าเหมือนราวกับแฝดน้าค่อมเลยก็ว่าได้ ซึ่งหนุ่มโค้ก กฤต ปรีดากุล ได้แต่งงานมีครอบครัว มีหลานให้น้าค่อมถึง 2 คนเลยก็ว่าได้

ซึ่งชีวิตน้าค่อมและภรรยานั้น มีความสุขมากที่ตอนนี้ได้เลี้ยงหลานๆของบุตรทุกคน ซึ่งกว่าจะมีวันนี้ของน้าค่อมนั้นต้องบอกว่า ลำบากมามาก ย้อนกลับไปเกือบหกสิบปี หลังจากเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

อาคมตัดสินใจเดินออกจากระบบการศึกษาเพื่อหันหน้าเข้าหาโรงลิเกตามอาชีพของพ่อแม่ การเป็นตัวโจ๊กลิเกทำให้เขามีความสุขสบายและมีชื่อเสียงอยู่พอสมควรตั้งแต่วัยรุ่น คณะลิเกที่เขาเคยอยู่ล้วนเป็นคณะแถวหน้า

ของเมืองไทยทั้งนั้น แต่พอเข้าสู่วัยหนุ่ม โชคชะตาก็พาให้เขาเบี่ยงเบนเส้นทางเข้าสู่การเป็นตลกผ่านชายที่ชื่อจิ้ม ชวนชื่น “พออายุ 30 กว่าๆ จิ้มก็มาชวนเข้าคณะ ตอนนั้นไม่ค่อยอยากมาหรอก กลัวไม่ขำ”

น้าค่อมอธิบายความรู้สึกตัวเองไว้แบบนั้น แต่เพียงครั้งแรกที่เขาก้าวขึ้นไปปล่อยมุกบนเวที เสียงหัวเราะของคนดูก็ดังสนั่น หลังจากจบโชว์ทุกคนต่างเข้ามาพูดกับจิ้มเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ไปเอาตัวนี้มาจากไหน’

แล้ว ‘ค่อม ชวนชื่น’ ก็เป็นที่รู้จักครั้งแรกวันนั้น“ช่วงนั้นมันมาก ที่คนฮาเพราะเราไม่เหมือนใคร มันออกมาเอง เป็นธรรมชาติ ชีวิตจริงเราก็เป็นคนแบบนี้ คำพูดคำจาไม่ค่อยเหมือนใครเขาหรอก คนได้ยินเลยยิ่งชอบ”

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ บทการเป็นศิลปินตลกพาค่อม ชวนชื่น ผจญภัยผ่านวันเวลาตั้งแต่ช่วงตลกคาเฟ่รุ่งโรจน์ ถึงขนาดเล่นกันวันละ 7-8 ที่ ไปจนถึงช่วงที่คาเฟ่ล่มสลาย ซึ่งเขาถือเป็นเพียงไม่กี่คนที่ก้าวผ่านวัน

เวลานั้นมาได้ด้วยการพลิกบทเป็น ‘ตลกหน้าหนัง’ ผลงานภาพยนตร์กว่าหกสิบเรื่องคือหลักฐานอย่างดีของความสำเร็จ เขายังคงเรียกเสียงฮาจากคนดูมาได้จนถึงปัจจุบัน ไม่ได้หายหน้าหายตาไปไหน

ชีวิตน้าไม่มีความรู้ แต่เราสู้ชีวิต ถามว่าเสียดายอะไรไหม มันก็อาจจะเสียดายบ้างที่เราไม่ได้เรียนหนังสือ ถ้าเรียนเราคงไปไกลกว่านี้ แต่ดิ้นรนมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีแล้ว การเป็นตลกทำให้ครอบครัวน้าสบาย

ถึงแม้มันจะทำให้เราเจอมาทุกอย่างทั้งดีและไม่ดี แต่สำหรับน้ามันอยู่ที่เราเท่านั้นเอง อะไรที่ทุกข์ก็อย่าไปใส่ใจมากเลย ชีวิตคนเรามีแค่ตื่นกับนอนน่ะ ตื่นมาก็ไปทำงาน

ทำงานเสร็จแล้วก็กลับมานอนให้เต็มอิ่ม ดังนั้นอย่าไปคิดอะไรมากกว่านั้น ไม่รู้จะคิดถึงตัวเองมากๆ ไปเพื่ออะไร น้ามาถึงขนาดนี้ได้ก็บุญมากแล้ว ตั้งใจทำงานเพื่อให้ครอบครัวมีความสุขอย่างทุกวันนี้ก็เพียงพอแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *