สะใภ้เอก ‘น้าค่อม ชวนชื่น’

สะใภ้เอก ‘น้าค่อม ชวนชื่น’

นอกจากชีวิตจริงจะมีบุตรสาวคนสวยอย่างสาวไอซ์ ณพัชรินทร์ น้าค่อม ชวนชื่น ยังมีบุตรชายชื่อ โค้ก กฤต ปรีดากุล และคนที่สุดท้ายชื่อ เอ้ วิธาน ปรีดากุล ซึ่งต้องบอกว่าน้องชายคนกลางนั้น

ได้ใช้ชีวิตกับแฟนสาวอย่างคุณวาสุรีย์ ซึ่งเป็นภรรยารวมถึงเป็นแม่ของบุตรทั้งสองอีกด้วย ซึ่งสะใภ้คนนี้นั้นได้แต่งเข้ามาอยู่ครอบครัวเดียวกับน้าค่อม ด้านชีวิตคุณโค้กนั้นก็มีหลานให้คุณพ่อก่อนพี่สาว

และหลานคนโตอย่างน้องกัปตันต้องบอกว่าหล่อมากๆและโตทันคุณแม่แล้วด้วย และสไตล์การแต่งตัวของน้องกัปตันต้องบอกว่ามีสไตล์เป็นของตัวเองมากๆเลยค่ะ เห็นแบบนี้ในอนาคตมีแววเข้าวงการบันเทิงแน่ๆเลย

แต่คุณพี่กัปตันคนนี้ก็เป็นบุตรชายที่ขยันและช่วยดูแลน้องแทนคุณแม่วาสุรีย์เสมอ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นภาพครอบครัวอบอุ่นมากเลยค่ะ ซึ่งตอนนี้นั้นน้าค่อมเองก็กลายเป็นใช้ชีวิตปั้นปลายไว้คอยดูแลหลานทั้งจากบุตรสาวและบุตรชายอีกด้วย

ปัจจุบันในวัย 62 ปี น้าค่อมเพิ่งรับบทใหม่ในชีวิตตัวเองด้วยการทำหน้าที่เป็นคุณตาของน้องณิลลา หลานสาวแสนน่ารัก เธอคนนี้เองที่เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้การป่วยครั้งนั้นเปลี่ยนแปลงเขาไปมากกว่าที่ตัวเขาคิด

“หมอถามน้าคำเดียวว่าไม่อยากเลี้ยงหลานเหรอ หลังจากนั้นน้าเลิกทุกอย่างเลย สิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกาย หักดิบได้แบบไม่มีความอยากใดๆ “ตอนอยู่รพ.น้าไม่ได้คิดเสียดายอะไรในชีวิตเลย เราทำตรงนี้มาจนครอบครัวสบายแล้ว

แต่แค่เราไม่อยากเป็นอะไรตอนนี้เพราะเป็นห่วงหลานมากกว่า” “เท่าที่ฟังมา ดูน้าคิดถึงตัวเองน้อยมาก” เราแสดงความเห็น “ชีวิตน้าไม่มีความรู้ แต่เราสู้ชีวิต ถามว่าเสียดายอะไรไหม มันก็อาจจะเสียดายบ้างที่เราไม่ได้เรียนหนังสือ

ถ้าเรียนเราคงไปไกลกว่านี้ แต่ดิ้นรนมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีแล้ว การเป็นตลกทำให้ครอบครัวน้าสบาย ถึงแม้มันจะทำให้เราเจอมาทุกอย่างทั้งดีและไม่ดี แต่สำหรับน้ามันอยู่ที่เราเท่านั้นเอง อะไรที่ทุกข์ก็อย่าไปใส่ใจมากเลย

“ชีวิตคนเรามีแค่ตื่นกับนอนน่ะ ตื่นมาก็ไปทำงาน ทำงานเสร็จแล้วก็กลับมานอนให้เต็มอิ่ม ดังนั้นอย่าไปคิดอะไรมากกว่านั้น ไม่รู้จะคิดถึงตัวเองมากๆ ไปเพื่ออะไร น้ามาถึงขนาดนี้ได้ก็บุญมากแล้ว ตอนเข้ารพ.

หมอก็บอกน้านะว่าเป็นคนบุญดี เพราะถ้าไม่มีบุญป่านนี้น้าไปแล้ว” พอคุยกันมาถึงจุดนี้ ทีมงานก็เข้ามาแจ้งว่าถึงเวลาที่น้าค่อมจะต้องกลับไปอัดรายการต่อ “ถ้าศาสตร์ตลกสอนกันไม่ได้ แล้วการใช้ชีวิตสอนกันได้ไหม”

ก่อนจากกันเราชิงถามคำถามสุดท้าย “น้าไม่ค่อยเชื่อในการสอนหรอก น้าเชื่อในการทำให้ดูมากกว่า อย่างครอบครัวเรา ลูกก็เห็นว่าพ่อทำงานแบบนี้ เขาจะเอาเยี่ยงอย่างไหมก็แล้วแต่เขา น้าปล่อยให้ลูกมีชีวิตเป็นของตัวเอง

เพราะคนเรามีวาสนาไม่เหมือนกันหรอก มันอยู่ที่การทำตัวของเราเอง “แค่ตั้งใจทำงานเพื่อให้ครอบครัวมีความสุขอย่างทุกวันนี้ก็เพียงพอแล้ว” ทุกวันนี้มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

คนเราเกิดมาต้องไป และทุกคนก็พูดเหมือนกันหมดว่ากลัวไปใช่ไหม ดังนั้นคำถามคือเมื่อไหร่เท่านั้นเอง แต่น้าก็ไม่อยากให้ถึงจุดนั้นไวๆ เพราะน้าอยากจะอยู่กับครอบครัวไปนานๆ เหตุการณ์ที่มอบบทเรียนสำคัญกับชีวิต

ตอนเราเข้ารพ. ขอแนะนำทุกคนว่าไปหาหมอดีที่สุด อย่าไปกลัว รู้ไว้ก่อนดีกว่า เพราะถ้ารู้ตั้งแต่เนิ่นๆ หมอจะแนะนำเราได้ ถ้าไม่รู้แล้วปล่อยไปจะไม่ดี อยากให้คนจดจำตัวเองแบบไหน

ไม่ต้องจำช่วงไหนทั้งนั้น แค่ทุกวันนี้มีคนรู้จักและเรียกว่า ‘น้าค่อม’ ก็ดีมากแล้ว ไม่ต้องไปจำว่าเป็นตลกที่เก่งกาจหรืออะไรอย่างอื่นหรอก แค่จำว่า ‘น้าค่อม’ เราก็พอใจและมีความสุขมากแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *